“ดีพร้อม” ปลื้มการขับเคลื่อน BCG เชิงรุก 4 ปี ดึงผู้ประกอบการร่วมได้กว่า 4.5 พันราย สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 2,516 ล้านบาท

Reading Time: 2 minutes

“ดีพร้อม” ปลื้มการขับเคลื่อน BCG เชิงรุก 4 ปี ดึงผู้ประกอบการร่วมได้กว่า 4.5 พันราย สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 2,516 ล้านบาท ลดก๊าซเรือนกระจกได้ 1.5 แสนตัน พร้อมต่อยอดการเปลี่ยนผ่านด้วย BCG GREEN HORIZON 2026 ปั้นอนาคตกลุ่มอุตฯ ยั่งยืน

กรุงเทพฯ 31 ตุลาคม 2569 – กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้าขับเคลื่อนผู้ประกอบการ SMEs ไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ภายใต้นโยบาย ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียวและกลไก DIPROM FLEXi มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เผยผลดำเนินงาน 4 ปี มีผู้เข้าร่วมโครงการและกิจกรรมกว่า 4,590 ราย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 2,516 ล้านบาท พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 150,000 tCO₂eq ต่อยอดสู่การจัดงาน “BCG GREEN HORIZON 2026” ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนทรัพยากร ให้เป็นโอกาสธุรกิจที่ยั่งยืน” เชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสู่การพัฒนาธุรกิจจริง
มุ่งผลักดันผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยกระดับมาตรฐานสินค้าไทยให้แข่งขันได้ในตลาดยุคใหม่

นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ท่ามกลางทิศทางเศรษฐกิจโลกที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องยกระดับการดำเนินธุรกิจจากการแข่งขันด้านต้นทุนและคุณภาพสินค้าสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรมและกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ พร้อมบริหารต้นทุนและเตรียมความพร้อมรับมือกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมในตลาดโลก โดยเฉพาะมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ที่เป็นความท้าทายสำคัญต่อการปรับตัว

เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย การนำโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งประกอบด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียวมาประยุกต์ใช้ จึงเป็นแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้ทรัพยากรและความสูญเสีย นำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ ตลอดจนพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มและสอดรับกับความต้องการของตลาด ควบคู่กับการขับเคลื่อนธุรกิจไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

“โมเดลเศรษฐกิจ BCG ไม่ได้เป็นเพียงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจและบริหารต้นทุนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยข้อมูลจากสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ระบุว่า การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรมสามารถลดต้นทุนพลังงานได้มากกว่าร้อยละ 10 ภายใน 3 ปี และอาจลดได้สูงถึงร้อยละ 60 ในระยะยาว สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการลดค่าใช้จ่ายผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวทาง BCG ขณะเดียวกัน การนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ซ้ำ รีไซเคิล หรืออัปไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ยังช่วยเพิ่มมูลค่าจากทรัพยากรเดิมและต่อยอดสู่แหล่งรายได้ใหม่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) จึงมุ่งส่งเสริมให้ SMEs นำแนวทาง BCG ไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนข้อจำกัดด้านต้นทุนและทรัพยากรให้เป็นโอกาสในการเติบโตและสามาถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันได้มากยิ่งขึ้น”


นางสาวณัฏฐิญา กล่าวต่อว่า ดีพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของแต่ละธุรกิจผ่านนโยบาย ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว ของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ด้วยกลไกของ DIPROM FLEXi ซึ่งมุ่งช่วยเหลือผู้ประกอบการในหลายมิติ ทั้งการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การนำทรัพยากรและอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่ม การเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน การขยายตลาด และการพัฒนนวัตกรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกแนวทางที่สอดคล้องกับศักยภาพของตนเอง ตั้งแต่การปรับปรุงกระบวนการผลิตเบื้องต้น ไปจนถึง

การพัฒนาสินค้าและมาตรฐานเพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า โดยในปี 2566 – 2569 มีผู้เข้าร่วมโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ รวม 4,590 ราย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการลดต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพ และการสร้างรายได้กว่า 2,516 ล้านบาท และสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 150,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂eq) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการนำแนวคิด BCG มาประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจ ทั้งในมิติการบริหารต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับทิศทางตลาด

“สำหรับการจัดงาน BCG GREEN HORIZON 2026 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนทรัพยากร ให้เป็นโอกาสธุรกิจ ที่ยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ Star Hall ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยจะเป็นกลไกสำคัญในการขยายผลการส่งเสริม SMEs ตามแนวทาง BCG โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมสู่การพัฒนาธุรกิจจริงมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า ตลอดจนเปิดโอกาสทางการตลาดผ่านการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ โดยภายในงานมีการนำเสนอแนวทางการใช้ทรัพยากรชีวภาพสร้างผลิตภัณฑ์ มูลค่าสูงการต่อยอดวัสดุเหลือใช้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ และการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมพร้อมส่งเสริม การพัฒนาสิ่งทอไทยและการต่อยอด Thailand Recycled Textile Tag เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ตลาดผลิตภัณฑ์ จากวัสดุรีไซเคิล”

นางสาวณัฏฐิญา กล่าวทิ้งท้ายว่า ในระยะต่อไป ดีพร้อมจะมุ่งขยายผลการประยุกต์ใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG ให้เข้าถึงผู้ประกอบการ SMEs ได้อย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรชีวภาพ การออกแบบผลิตภัณฑ์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุนและการใช้ทรัพยากร ตลอดจนการยกระดับมาตรฐานและฉลากสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาด ควบคู่กับการรับฟังปัญหาและความต้องการของผู้ประกอบการ เพื่อนำไปกำหนดแนวทางสนับสนุนให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละธุรกิจ โดยมุ่งให้การขับเคลื่อน BCG ไม่หยุดอยู่เพียงการสร้างความตระหนักรู้ แต่สามารถต่อยอดสู่การปรับเปลี่ยนกระบวนการดำเนินธุรกิจ การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Recent Posts