“วราวุธ” ประกาศเปิดเกมรุกอุตสาหกรรมไทย ฝ่าพายุการค้าโลก-ดันลงทุนเทคโนโลยี ชูไทยสู่ฐานผลิตยุคใหม่

Reading Time: 2 minutes

“วราวุธ” ประกาศเปิดเกมรุกอุตสาหกรรมไทย
ฝ่าพายุการค้าโลก-ดันลงทุนเทคโนโลยี ชูไทยสู่ฐานผลิตยุคใหม่

วันที่ 10 สิงหาคม 2569-นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานพิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ. 2568 เปิดเผยว่าภาคอุตสาหกรรมถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย แต่วันนี้กำลังเผชิญ “พายุแห่งการเปลี่ยนแปลง” ทั้งเศรษฐกิจโลกชะลอตัว สงครามการค้า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการไหลเข้าของสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งกระทบโดยตรงต่อความสามารถ ในการแข่งขัน โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs

ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องเปลี่ยนจากการตั้งรับเป็นการรุก โดยมุ่งสร้างโอกาสและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการตั้งแต่ระดับรายย่อย เกษตรกร ชุมชน ไปจนถึงภาคอุตสาหกรรม พร้อมใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือสำคัญในการ Reskill และ Upskill เพิ่มผลิตภาพและสร้างโอกาสให้คนไทยมีรายได้มากขึ้น


ขณะเดียวกัน จะเร่งเพิ่มสภาพคล่องให้ SMEs และสร้างช่องทางเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับผู้ประกอบการที่มีวินัยในการชำระหนี้ พร้อมยกระดับความรู้ด้านการเงิน นวัตกรรม และเทคโนโลยี รวมถึงเปิดโอกาสให้ SMEs เข้าถึงตลาดจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐและธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจและสร้างความแข็งแกร่ง ให้ผู้ประกอบการไทย

ด้านผลกระทบจากสงครามการค้า กระทรวงอุตสาหกรรมจะดูแลผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบรุนแรง พร้อมสกัดการสวมสิทธิ์ถิ่นกำเนิดสินค้าและการทุ่มตลาด รวมถึงทำงานร่วมกับภาคเอกชนเพื่อกำหนดมาตรการรองรับผลกระทบจากมาตรการทางการค้าเป็นรายสินค้า ควบคู่การส่งเสริมการใช้สินค้าและชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ฐานการผลิตไทย ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะเปิดเกมลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ด้วยการปรับกฎระเบียบและขั้นตอน การอนุญาตให้สะดวก โปร่งใส และเป็นมิตรต่อผู้ประกอบการ พร้อมปรับระบบส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งดิจิทัลและ AI เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ยานยนต์สมัยใหม่ อาหารแห่งอนาคต พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมชีวภาพ


นายวราวุธ กล่าวว่า เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การดึงเงินลงทุนจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้าง ห่วงโซ่การผลิตภายในประเทศ เชื่อมโยงการลงทุนกับผู้ประกอบการไทย เพื่อให้ธุรกิจไทยสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อุตสาหกรรมยุคใหม่ และได้รับประโยชน์จากการยกระดับศักยภาพการผลิตในประเทศ

พร้อมกันนี้ การพัฒนาอุตสาหกรรมต้องเดินควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องคำนึงถึงผลกระทบจากการพัฒนา เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการรักษาสิ่งแวดล้อม และนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน


สำหรับ “รางวัลอุตสาหกรรม” ซึ่งจัดต่อเนื่องมากว่า 33 ปี นายวราวุธมองว่าไม่ได้เป็นเพียงรางวัลเชิดชูเกียรติ แต่เป็นเครื่องสะท้อนมาตรฐานของสถานประกอบการที่มุ่งมั่นพัฒนาประสิทธิภาพและคุณภาพจนสามารถเป็น Best Practice ให้กับผู้ประกอบการรายอื่นได้
“รางวัลอุตสาหกรรมจึงไม่ใช่เพียงถ้วยรางวัล แต่คือเครื่องยืนยันว่าท่านคือผู้เล่นที่ต้องรุก ในสมรภูมิเศรษฐกิจยุคใหม่ ด้วยความวิริยอุตสาหะและการไม่หยุดพัฒนาคือกุญแจสู่ความสำเร็จ และขอให้ผู้ประกอบการรักษามาตรฐาน เดินหน้าพัฒนาต่อเนื่อง พร้อมร่วมมือกับภาครัฐผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนและทันสมัยในระดับสากล”


ด้าน ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า การพิจารณาคัดเลือกรางวัลในปีนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินงานอย่างรอบคอบในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเปิดรับสมัคร การกลั่นกรองคุณสมบัติ การลงพื้นที่ประเมินสถานประกอบการ ไปจนถึงการพิจารณาตัดสินของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้การคัดเลือกเป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และสะท้อนถึงศักยภาพของผู้ประกอบการที่มีความเป็นเลิศอย่างแท้จริง

เพื่อยกย่องสถานประกอบการและเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมไทยพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ ทั้งด้านคุณภาพ พลังงาน สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรม


“ในปีนี้มีสถานประกอบการจากทั่วประเทศให้ความสนใจสมัครเข้ารับการคัดเลือก จำนวน 162 รายสะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของภาคอุตสาหกรรมไทยในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ หลังผ่านกระบวนการพิจารณาอย่างเข้มข้น มีผู้ได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น
40 ราย โดยบริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมยอดเยี่ยม พร้อมได้รับการแต่งตั้งเป็น ทูตอุตสาหกรรมภาคเอกชน (MIND Ambassador) เพื่อร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการไทย ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมจะเดินหน้าส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยทุกขนาดพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันให้นำองค์ความรู้จากองค์กรต้นแบบไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน” ดร.ณัฐพลฯ กล่าวเพิ่มเติม


นอกจากนี้ ภายในงานยังได้จัดนิทรรศการ “รางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ. 2568” เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมา วิวัฒนาการของรางวัลในแต่ละช่วงเวลา และหลักเกณฑ์การพิจารณา เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้เห็นถึงคุณค่าและบทบาทของรางวัลที่มีต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย โดยภายหลังการมอบรางวัล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้เยี่ยมชมนิทรรศการภายในงาน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ประกอบการเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและการยกระดับมาตรฐานการผลิต ซึ่งจะเป็นต้นแบบสำคัญในการต่อยอด
องค์ความรู้และขยายผลสู่ภาคอุตสาหกรรมไทยในอนาคต

10 สิงหาคม 2569

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *