พระบรมสารีริกธาตุ “วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์” หนึ่งจุดเรียนรู้ของคณะสงฆ์จาริกธรรมฯก่อนเดินเข้าเนปาล

Reading Time: 2 minutes
 พระบรมสารีริกธาตุ “วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์” หนึ่งจุดเรียนรู้ของคณะสงฆ์จาริกธรรมฯก่อนเดินเข้าเนปาล“พระบรมสารีริกธาตุ” ที่ประดิษฐาน ณ “วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์” มีเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุส่วนหนึ่งที่วัดสระเกศ (วัดภูเขาทอง) มาประดิษฐานยัง “พระมหาธาตุเฉลิมราชศรัทธา” อันเป็นมหาเจดีย์ 9 ยอดที่งดงามมากในเมืองกุสินารา โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกกาธิเบศรฯ (รัชกาลที่ 9) ทรงโปรดเกล้าฯพระราชทานแบบแปลนพระมหาเจดีย์นี้ขึ้น โดยเจดีย์องค์ประธานสูงถึง 19 เมตร และทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2544 และ ทรงพระราชทานนามเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ.2544 ว่า “พระมหาธาตุเฉลิมราชศรัทธา” โดยโครงสร้างพระมหาธาตุแบ่งออกเป็น 2 คือ ส่วนที่หนึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและเส้นพระเจ้า (เส้นผม) ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ ประกอบเครื่องบูชา ซึ่งจะอยู่ในแกนกลางพระมหาเจดีย์ และ ส่วนที่สอง คือ พื้นที่ใช้งานของพุทธบริษัท โดยมีพื้นที่ที่มีหลังคาคลุม กระจกปิด สามารถสวดมนต์และบำเพ็ญจิตตภาวนาถวายแด่พระรัตนตรัยได้

 “พระมหาธาตุเฉลิมราชศรัทธา”นี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯพระราชทานศรัทธาและพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 5,050,000 เข้ากองทุนปฐมฤกษ์ในการก่อสร้าง

 

ส่วนพระบรมสารีริกธาตุที่พระบาทสมเด็จพระบมชนกาธิเบศรฯ พระราชทานมอบให้นั้น เป็นส่วนหนึ่งที่ประดิษฐานอยู่บนยอดบรมบรรพต (วัดสระเกศ) และ ได้รับมาจากเมืองกบิลพัสดุ์ ประเทศอินเดีย โดยรัฐบาลอินเดียมอบทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ใน พ.ศ. 2420 และมีการบรรจุเพิ่มเติมในปี พ.ศ. 2441 ซึ่งเดิมขุดพบในผอบหินเก่าแก่ และ สันนิษฐานว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจริง

สำหรับประวัติการค้นพบพระบรมสารีริกธาตุที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ พระราชทานมาให้ด้วยพระราชศรัทธานั้น ค้นพบในปี พ.ศ. 2441 (ค.ศ. 1898) โดยคณะโบราณคดีอังกฤษ ณ เนินพระเจดีย์เก่าในหมู่บ้านปิปราห์วะ เมืองบาสติ ใกล้เมืองกบิลพัสดุ์ ซึ่งเป็นเมืองบ้านเกิดของพระพุทธเจ้า และมีเส้นทางการประดิษฐานในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยอุปราชของอินเดียได้ส่งมอบพระบรมสารีริกธาตุที่ขุดพบมาทูลเกล้าฯ ถวาย จากนั้นพระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้สมโภช
และอัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนพระบรมบรรพต (ภูเขาทอง) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

ส่วนในการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ ได้พระราชทานเส้นพระเจ้า (เส้นผม) ของพระองค์บรรจุไว้นั้น เพื่อเป็นหลักชัยให้แก่พสกนิกรชาวไทย พร้อมทั้งยังเป็นกำลังใจให้พสกนิการชาวไทยในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในประเทศอินเดีย

 

บนเนื้อที่ 14 ไร่ของวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ยังรองรับคณะสงฆ์ที่เดินทางจาริกธรรมในดินแดนพุทธภูมิหลากหลายคณะ หนึ่งในนั้นคือ คณะสงฆ์ในโครงการจาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา ครั้งที่ 12 โดยทางวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ได้เอื้อเฟื้อสถานที่ ไฟและน้ำอย่างเต็มที่ พร้อมความอบอุ่นด้วยน้ำปานะ ซึ่งเป็นกำลังบำรุงธาตุขันธ์แก่พระสงฆ์กว่า 70 รูป พร้อมด้วยอุบาสกและอุบาสิกาที่ติดตามการจาริกธรรมมาในครั้งนี้

การได้มาพึ่งพระมหาบารมีของพระมหากษัตริย์ไทยที่ได้มีพระราชศรัทธาอย่างเปี่ยมล้น ในการสร้างวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ และ พระมหาธาตุเฉลิมราชศรัทธา และนำมาซึ่งความสะดวกสบายต่างๆแก่พุทธศาสนิกชน รวมทั้งการสืบทอดพระสงฆ์ให้ดำรงสืบต่อไปในประเทศอินเดีย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่ายังน้อมนึกถึงพระองค์อย่างไม่เคยลืมเลือนตราบนิรันดร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *