“พระมหาธาตุเฉลิมราชศรัทธา”นี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯพระราชทานศรัทธาและพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 5,050,000 เข้ากองทุนปฐมฤกษ์ในการก่อสร้าง
ส่วนพระบรมสารีริกธาตุที่พระบาทสมเด็จพระบมชนกาธิเบศรฯ พระราชทานมอบให้นั้น เป็นส่วนหนึ่งที่ประดิษฐานอยู่บนยอดบรมบรรพต (วัดสระเกศ) และ ได้รับมาจากเมืองกบิลพัสดุ์ ประเทศอินเดีย โดยรัฐบาลอินเดียมอบทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ใน พ.ศ. 2420 และมีการบรรจุเพิ่มเติมในปี พ.ศ. 2441 ซึ่งเดิมขุดพบในผอบหินเก่าแก่ และ สันนิษฐานว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจริง
สำหรับประวัติการค้นพบพระบรมสารีริกธาตุที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ พระราชทานมาให้ด้วยพระราชศรัทธานั้น ค้นพบในปี พ.ศ. 2441 (ค.ศ. 1898) โดยคณะโบราณคดีอังกฤษ ณ เนินพระเจดีย์เก่าในหมู่บ้านปิปราห์วะ เมืองบาสติ ใกล้เมืองกบิลพัสดุ์ ซึ่งเป็นเมืองบ้านเกิดของพระพุทธเจ้า และมีเส้นทางการประดิษฐานในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยอุปราชของอินเดียได้ส่งมอบพระบรมสารีริกธาตุที่ขุดพบมาทูลเกล้าฯ ถวาย จากนั้นพระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้สมโภช
และอัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนพระบรมบรรพต (ภูเขาทอง) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
ส่วนในการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ ได้พระราชทานเส้นพระเจ้า (เส้นผม) ของพระองค์บรรจุไว้นั้น เพื่อเป็นหลักชัยให้แก่พสกนิกรชาวไทย พร้อมทั้งยังเป็นกำลังใจให้พสกนิการชาวไทยในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาในประเทศอินเดีย
บนเนื้อที่ 14 ไร่ของวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ยังรองรับคณะสงฆ์ที่เดินทางจาริกธรรมในดินแดนพุทธภูมิหลากหลายคณะ หนึ่งในนั้นคือ คณะสงฆ์ในโครงการจาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา ครั้งที่ 12 โดยทางวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ได้เอื้อเฟื้อสถานที่ ไฟและน้ำอย่างเต็มที่ พร้อมความอบอุ่นด้วยน้ำปานะ ซึ่งเป็นกำลังบำรุงธาตุขันธ์แก่พระสงฆ์กว่า 70 รูป พร้อมด้วยอุบาสกและอุบาสิกาที่ติดตามการจาริกธรรมมาในครั้งนี้
การได้มาพึ่งพระมหาบารมีของพระมหากษัตริย์ไทยที่ได้มีพระราชศรัทธาอย่างเปี่ยมล้น ในการสร้างวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ และ พระมหาธาตุเฉลิมราชศรัทธา และนำมาซึ่งความสะดวกสบายต่างๆแก่พุทธศาสนิกชน รวมทั้งการสืบทอดพระสงฆ์ให้ดำรงสืบต่อไปในประเทศอินเดีย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่ายังน้อมนึกถึงพระองค์อย่างไม่เคยลืมเลือนตราบนิรันดร์
