กสศ. เผยนครพนมมีเด็กนอกระบบกว่า 4,800 คน เร่งขับเคลื่อนการศึกษาที่ยืดหยุ่น

Reading Time: < 1 minute

สสส.-กสศ. จับมือจังหวัดนครพนม เดินหน้าแก้ปัญหาเด็กนอกระบบการศึกษา สู่เป้าหมาย Thailand Zero Dropout

Thailand Zero Dropout

     จังหวัดนครพนม ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)มูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชนมหาวิทยาลัยนครพนม และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภายใต้โครงการ “สานพลังจังหวัดนครพนม เมืองแห่งความสุขและการเรียนรู้”

     โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาสุขภาวะและการศึกษาที่ยืดหยุ่นสำหรับประชาชนจังหวัดนครพนม ควบคู่กับการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ และขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนนอกระบบ ภายใต้นโยบาย Thailand Zero Dropout ซึ่งมุ่งลดจำนวนเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์อย่างเป็นรูปธรรม

11 ภาคีเครือข่ายร่วมลงนาม MOU ขับเคลื่อนนครพนมสู่เมืองแห่งความสุขและการเรียนรู้

     ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่าง 11 ภาคีสำคัญ ได้แก่

  • มูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน โดยศูนย์การเรียน CYF
  • สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
  • จังหวัดนครพนม โดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดนครพนม
  • สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม
  • สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนม
  • อำเภอนาแก
  • อำเภอเรณูนคร
  • อำเภอท่าอุเทน
  • อำเภอนาหว้า
  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 34 แห่ง
  • มหาวิทยาลัยนครพนม
  • เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่
  • ศูนย์สนับสนุนวิชาการเพื่อการจัดการเครือข่ายพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ศวภ.อีสาน)

    โดยมีเป้าหมายสนับสนุนแผนพัฒนาจังหวัดนครพนม พ.ศ. 2566–2570 สู่การเป็น “เมืองแห่งความสุขและการเรียนรู้ เคียงคู่เศรษฐกิจสีเขียว”

“ศรีมาลาฌ์ ยะภักดี” ชี้เด็กนอกระบบไม่ใช่แค่ปัญหาการศึกษา แต่คือคุณภาพชีวิตของจังหวัด

     นางสาวศรีมาลาฌ์ ยะภักดี ผู้อำนวยการศูนย์การเรียน CYF ภายใต้มูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดนครพนมที่บูรณาการประเด็นสุขภาพและการศึกษาเข้าด้วยกัน

     “เด็กนอกระบบไม่ใช่เพียงปัญหาทางการศึกษา แต่เป็นเรื่องของคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ สุขภาพ ความมั่นคงของครอบครัว และอนาคตของชุมชนทั้งจังหวัด การลงนามครั้งนี้จึงเป็นการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันของทุกภาคส่วนในการสร้างเมืองแห่งความสุขและการเรียนรู้อย่างแท้จริง”

     นางสาวศรีมาลาฌ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกคนในจังหวัดควรมองนครพนมเป็นบ้านร่วมกัน และร่วมกันดูแลเด็กและเยาวชนให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาและมีสุขภาวะที่ดีในทุกมิติ

กสศ. เผยนครพนมมีเด็กนอกระบบกว่า 4,800 คน เร่งขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout

     นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังมีเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษากว่า 603,000 คน

     สำหรับจังหวัดนครพนม พบว่าในปี 2569 มีเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาจำนวน 4,825 คน ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำคัญของทุกภาคส่วนในการร่วมกันแก้ไขปัญหา

     “แม้เด็กจำนวนหนึ่งจะเผชิญปัญหาความยากจน ปัญหาสุขภาพ หรือข้อจำกัดด้านครอบครัว แต่สิ่งสำคัญคือการออกแบบระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นและเหมาะสมกับชีวิตของเด็กแต่ละคน เพื่อไม่ให้หลุดจากระบบการเรียนรู้อีกต่อไป”

     ทั้งนี้ นโยบาย Thailand Zero Dropout มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาที่หลากหลายและยืดหยุ่น เพื่อพาเด็กกลับเข้าสู่ระบบการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

สสส. ชู “ข้อมูลนำทาง” และแนวคิดเพื่อนช่วยเพื่อน แก้ปัญหาเชิงลึก

     ด้าน ดร.นิสา รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การแก้ปัญหาเด็กนอกระบบจำเป็นต้องใช้ “ข้อมูลนำทาง” (Data-Driven Approach) ควบคู่กับการใช้ทุนทางสังคมในพื้นที่

     สสส. พร้อมสนับสนุนการทำงานร่วมกับจังหวัดนครพนม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มหาวิทยาลัยนครพนม หน่วยงานสาธารณสุข และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อออกแบบแผนงานและงบประมาณที่ตอบโจทย์บริบทของพื้นที่

     น​อกจากนี้ ยังนำแนวคิด “เพื่อนช่วยเพื่อน” มาใช้ในการสร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัว ชุมชน และเครือข่ายระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด ผ่านการใช้ข้อมูลรายบุคคล ข้อมูลครัวเรือน และงานวิจัยชุมชน (RECAP) เพื่อออกแบบการช่วยเหลือที่ตรงจุดและยั่งยืน

ขับเคลื่อน 5 ภารกิจหลัก สร้างนครพนมต้นแบบสุขภาวะและการเรียนรู้

     ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ภาคีเครือข่ายจะร่วมกันดำเนินงานใน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่

  1. พัฒนาสุขภาวะประชาชนและลดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
  2. พัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพแบบ Data-Driven Healthcare
  3. จัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นสำหรับเด็กและเยาวชนนอกระบบจำนวน 600 คน
  4. สร้างความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถาบันการศึกษาเพื่อลดปัญหาเด็กหลุดจากระบบ
  5. ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะและพัฒนานครพนมเป็นพื้นที่ต้นแบบด้านสุขภาวะและการเรียนรู้ที่สามารถขยายผลได้ทั่วประเทศ

นครพนมมุ่งสู่ต้นแบบจังหวัดแห่งการเรียนรู้และสุขภาวะของประเทศไทย

     การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของจังหวัดนครพนมในการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงการศึกษา สุขภาพ ครอบครัว และชุมชนเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม

     เป้าหมายสูงสุดคือการพัฒนา “นครพนมเมืองแห่งความสุขและการเรียนรู้” ให้เป็นต้นแบบของการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบแบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” และขยายผลสู่พื้นที่อื่นของประเทศไทยในอนาคต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *