“15 ค่ำเดือน 11” หนองคายพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวเทศกาลออกพรรษา ย้อนรอยวัฒนธรรม ชมความมหัศจรรย์บั้งไฟพญานาคโลก 1 เดียวเท่านั้น!

1816
0
Reading Time: 2 minutesReading Time: 2 minutes

“15 ค่ำเดือน 11” หนองคายพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวเทศกาลออกพรรษา ย้อนรอยวัฒนธรรม ชมความมหัศจรรย์บั้งไฟพญานาคโลก 1 เดียวเท่านั้น!

ปรากฏการณ์แห่งธรรมชาติ งานเทศกาลออกพรรษา และ บั้งไฟพญานาคโลก ประจำปี 2566 โดย นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย , พล.ต.ต.พรชัย ชลอเดช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย นายแพทย์ณรงค์ จันทร์แก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย, นายประทีป อุ่ยเจริญ ปลัดจังหวัดหนองคาย, นางธนภร พูลเพิ่ม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุดรธานี ร่วมแถลงข่าวงานประเพณีออกพรรษาและบั้งไฟพญานาคโลก ประจำปี 2566 ณ ลานวัฒนธรรมหน้าวัดลำดวน (พญานาคคู่ ริมโขง) จังหวัดหนองคาย
นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า งานประเพณีออกพรรษา และบั้งไฟพญานาคโลก เป็นกิจกรรมประเพณีที่สำคัญของชาวจังหวัดหนองคาย ซึ่งมีปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ถือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในวันออกพรรษา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เท่านั้น และในพื้นที่แต่ละอำเภอมีกิจกรรมที่หลากหลายที่เป็นอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณี ของชาวจังหวัดหนองคายอย่างแท้จริง อาทิ พิธีรำบวงสรวงบูชาพญานาค, ไหลเรือไฟบูชาพญานาค และ การลอยกระทงกาบกล้วย ซึ่งก็มีเพียงจังหวัดหนองคายเท่านั้นที่มีการลอยกระทง 2 ครั้ง ใน 1 ปี เพื่อสักการะบูชาแม่น้ำโขง และ องค์พญานาคราช ตามความเชื่อ ส่วนไฮไลท์คือการชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค โดยมีความเชื่อว่าเป็นการสักการะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์มายังโลกมนุษย์ โดยในปีนี้ทางจังหวัดหนองคายได้จัดกิจกรรมพิธีรำบวงสรวงบูชาพญานาคราช และ กิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายทั้ง 6 อำเภอ ได่แก่อำเภอเมืองหนองคาย, อำเภอโพนพิสัย, อำเภอศรีเชียงใหม่, อำเภอสังคม, อำเภอรัตนวาปี และ อำเภอท่าบ่อ ตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค.​ -​ 6 พ.ย.​ 2566 นี้
​นายประทีบ อุ่ยเจริญ ปลัดจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า สำหรับวันออกพรรษาในปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่
29 ต.ค. 2566 ตามความเชื่อในใสมัยก่อนนั้นเชื่อว่าหากเดือนนี้มีเดือน 8 สองหน หรือเรียกว่าอธิกมาส
จะเกิดปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค จำนวน 2 วัน คือวันที่ 29 และ 30 ตุลาคม โดยมี 6 อำเภอ ริมแม่น้ำโขงได้ดำเนินการจัดงาน ได้แก่ อำเภอเมืองหนองคาย ท่าบ่อ ศรีเชียงใหม่ สังคม โพนพิสัย และรัตนวาปี ซึ่งแต่ละอำเภอ มีกิจกรรมที่หลากหลายที่เป็นอัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณี ของชาวจังหวัดหนองคายอย่างแท้จริง อาทิ การทำบุญตักบาตร พิธีรำบวงสรวงบูชาพญานาค, ไหลเรือไฟบูชาพญานาค และ การลอยกระทงกาบกล้วย ซึ่งก็มีเพียงจังหวัดหนองคายเท่านั้นที่มีการลอยกระทง 2 ครั้ง ใน 1 ปี เพื่อสักการะบูชาแม่น้ำโขง ให้คงอยู่สืบไปคู่กับคนจังหวัดหนองคาย รวมถึงให้ประชาชนคนรุ่นใหม่ และ ชาวต่างชาติได้รับรู้ถึงวัฒนธรรมและประเพณีที่มีการสืบสานกันมาอย่างยาวนาน โดยทางพื้นที่ในแต่ละอำเภอมีการกำหนดจุดพื้นที่และจำนวนผู้เข้าร่วมรับชมบั้งไฟพญานาคไว้อย่างชัดเจน อาทิเช่น 1.วัดไทย ลานนาคาเบิกฟ้า อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย 2. บริเวณริมโขงบ้านท่าม่วง อำเภอรัตนวาปี 3. บ้านโพนแพง อำเภอรัตนวาปี
4. บ้านน้ำเป อำเภอรัตนวาปี 5. บ้านหนองกุ้ง อำเภอโพนพิสัย 6. บ้านตาลชุม อำเภอรัตนวาปี 7. บ้านหนองแก้ว อำเภอรัตนวาปี 8. บ้านอาญา อำเภอรัตนวาปี 9. บ้านเปงจาน อำเภอรัตนวาปี 10. บ้านเปงจานนคร อำเภอรัตนวาปี 11. บ้านต้อนน้อย อำเภอรัตนวาปี 12. บ้านต้อนใหญ่ อำเภอรัตนวาปี เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับนักท่องเที่ยวห้วงเทศกาลออกพรรษาและบั้งไฟพญานาคโลกในครั้งนี้ขอให้ทุกท่านได้วางแผนเดินทางในการท่องเที่ยวและทำบุญสักการะไหว้องค์พญานาคราช เตรียมความพร้อมของตนเอง เพื่อเข้าชมบั้งไฟพญานาคในจุดที่ทางจังหวัดหนองคายได้กำหนดไว้เท่านั้น โดยจะมีเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในพื้นที่ คอยอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย
ขณะที่นายแพทย์ณรงค์ จันทร์แก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคายกล่าวว่า การท่องเที่ยวในเทศกาลออกพรรษา และ บั้งไฟพญานาคโลก ประจำปี 2566 จังหวัดหนองคาย นี้ ได้เน้นย้ำเรื่องวางแผนรับรองเตรียมความพร้อมระบบการช่วยเหลือ การรักษา กรณีเกิดอุบัติเหตุ การส่งตัวผู้ป่วย /ผู้บาดเจ็บ ในกรณีฉุกเฉินกับเทศกาลท่องเที่ยวในครั้งนี้ โดยได้จัดหน่วยพยาบาลเคลื่อนที่ ประจำจุดชมบั้งไฟ และกำชับ เน้นย้ำ บุคลากรทางการแพทย์ให้เตรียมพร้อมกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้

ทางด้าน พล.ต.ต.พรชัย ชลอเดช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคายเผยว่าในส่วนของการดูแลความปลอดภัยและการจราจร จะมีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการในทุกอำเภอ จัดกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อดูแลความเรียบร้อย ให้บริการประชาชน พร้อมการสนธิกำลังกับหน่วยงานข้างเคียง ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงภารกิจสำคัญในการจัดการจราจร ได้เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายวางมาตรการจัดการการเดินรถ การระบายรถ การบังคับใช้กฎหมายจราจร การเปิดเส้นทางเดินรถทางเดียวในช่วงเวลาที่กำหนด รวมถึงการประชาสัมพันธ์และกลยุทธ์การตลาดเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว เดินทางมาท่องเที่ยวในห้วงเทศกาลออกพรรษานี้

นางธนภร พูลเพิ่ม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุดรธานี กล่าวว่า ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเพื่อชมปรากฏการณ์ดังกล่าวจำนวนมาก สร้างรายได้ให้กับจังหวัดหนองคายปีละหลายร้อยล้านบาท จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมสัมผัสปรากฏการณ์แห่งศรัทธาและร่วมกิจกรรมในงานประเพณีออกพรรษาและ บั้งไฟพญานาคโลก ซึ่งทุกท่านจะได้มีโอกาสร่วมทำกิจกรรมที่เป็นสิริมงคลกับชีวิต และสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวตามความเชื่อความศรัทธาในเรื่องของพญานาคได้อีกหลายๆ แห่งในจังหวัดหนองคาย

นอกจากนี้ ภายในงานแถลงข่าวฯ ยังมีเหล่าคนดังที่มีความเชื่อ และ ศรัทธา ต่อองค์พญานาค นำโดยอาจารย์ก้อนคำ ลำโขง, วรนิษฐา โรหิตจันทร์ Miss Universe Nongkhai 2023 และ บุคลที่มีชื่อเสียงอีกมากมาย มาร่วมกิจกรรมงานแถลงข่าวเพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยว ทำบุญ สักการะองค์พญานาค เส้นทางนาคารูทในช่วงเทศกาลออกพรรษาจังหวัดหนองคายในปีนี้ เพื่อการขอพร และ เสริมสร้างความเป็นสิริมงคล ให้กับชีวิตต่อไป

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *