เกษตรกรกองทุนฟื้นฟูฯ ภาคอีสาน ยกทัพกว่าสองพันคน ร่วมเวทีชี้แจงแนวทาง ปคน. ด้าน กฟก.พร้อมขอเงินชดเชยให้เจ้าหนี้ เดินหน้าทำสัญญาชำระหนี้ครึ่งเดียว

Reading Time: 2 minutes

เกษตรกรกองทุนฟื้นฟูฯ ภาคอีสาน ยกทัพกว่าสองพันคน ร่วมเวทีชี้แจงแนวทาง ปคน. ด้าน กฟก.พร้อมขอเงินชดเชยให้เจ้าหนี้ เดินหน้าทำสัญญาชำระหนี้ครึ่งเดียว

วันที่ 25 ก.พ. 66 ที่โรงเรียนบุญวัฒนา ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร จัดเวทีการสร้างความเข้าใจสมาชิก กฟก.เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างหนี้ฯ ตามมติ ครม. การแก้ไขปัญหาหนี้และการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพ มี นายสำเริง ปานชาติ รองประธานกรรมการบริหาร คนที่ 2 เป็นประธานเปิดงาน นายยศวัจน์ ชัยวัฒนสิริกุล รองประธานกรรมการบริหาร คนที่ 1 ร่วมพบปะสมาชิกในเวที โดย นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงาน กฟก.ได้มอบหมายให้ นายวงศ์วริศ์ วงษ์จันทร์ ผอ.สำนักจัดการหนี้ฯ นายประยงค์ อัฒจักร ผอ.สำนักกิจการสาขาภูมิภาคที่ 3 นายวัชรางกูร แสนเสริม หัวหน้าสำนักงานสาขา จ.นครราชสีมา หัวหน้าสำนักงานสาขา จ.ขอนแก่น จ.ชัยภูมิ จ.บุรีรัมย์ จ.อุดรธานี และเกษตรกรสมาชิกจำนวนกว่า 2,000 คน

โอกาสนี้ เกษตรกรสมาชิก กฟก. ได้ทำหนังสือให้กำลังใจและขอบคุณนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติงบกลางให้กับกองทุนฟื้นฟูฯ เพื่อจัดการหนี้ให้เกษตรกร เมื่อวันอังคารที่ 21 ก.พ.66 จำนวน 1,500 ลบ. เพื่อไปจัดการหนี้เร่งด่วนให้เกษตรกร

สำหรับการจัดเวทีให้ความรู้ในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจสมาชิก กฟก. ลูกหนี้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง ได้รับทราบถึงแนวทาง ขั้นตอนที่ถูกต้องของการปรับโครงสร้างหนี้ และสร้างความเข้าใจเรื่องกระบวนการขั้นตอนการแก้ไขหนี้เร่งด่วน การขอรับการสนับสนุนงบประมาณด้านการฟื้นฟูอาชีพตามหลักเกณฑ์ของ กฟก. ซึ่งการทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ต่าง ๆ นี้ จะช่วยให้เกษตรกรสมาชิกได้รับทราบความชัดเจน และจัดเตรียมความพร้อมเรื่องเอกสารที่จะต้องยื่นและทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ที่กำลังเร่งดำเนินการอยู่ในขณะนี้

ในส่วนความคืบหน้าเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิก กฟก. กรณีลูกหนี้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง ได้แก่ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารเอสเอ็มอี มีสาชิกที่ได้รับสิทธิ์ร่วมโครงการ 50,621 ราย ในวันที่ 23 ก.พ. ที่ผ่านมานี้ สำนักงาน กฟก.สาขาจังหวัดได้จัดส่งแบบ ปคน.1 และแบบ ผค.1/4 ให้กับสถาบันเจ้าหนี้แล้ว เพื่อเริ่มต้นกระบวนการสำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ตามขั้นตอน

เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้เดิม ร้อยละ 50 ส่วนหนี้ที่เหลืออีก 50% ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กฟก.เสนอขอรับกรอบวงเงินชดเชยและดอกเบี้ยจากรัฐบาล ซึ่งขณะนี้ กฟก.ได้ยื่นหนังสือถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอขอกรอบวงเงินชดเชยแล้ว วงเงินรวม 15,386,133,660 บาท แยกเป็น ธ.ก.ส. 14,059,124,803 บาท ธนาคารออมสิน 254,568,517 บาท ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 631,856,311 บาท และ ธนาคารเอสเอ็มอี 440,584,029 บาท สำหรับการจ่ายเงินชดเชยให้เจ้าหนี้จะจ่ายเมื่อเกษตรกรชำระหนี้ครบตามสัญญาแล้ว โดย กฟก. จะเสนอของบประมาณประจำปีทุกปีจนกว่าจะครบถ้วนตามที่เจ้าหนี้ขอชดเชย

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *