นักวิจัยมหาวิทยาลัยรามคำแหง นำงานวิจัย “การท่องเที่ยวแนวปะการัง” สู่เวทีโลก ICRS 2026 ผลักดันโมเดลคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ รับมือวิกฤตโลกเดือด

โอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ – นักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยรามคำแหง สร้างผลงานโดดเด่นบนเวที The 16th International Coral Reef Symposium (ICRS 2026) หรือ การประชุมวิชาการนานาชาติว่าด้วยแนวปะการัง ครั้งที่ 16 ด้วยการนำเสนอองค์ความรู้ด้าน การท่องเที่ยวแนวปะการัง (Reef Tourism) เพื่อฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ รับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลักดันการท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Tourism) ผ่านแนวคิด Blue Carbon และการมีส่วนร่วมของชุมชน สะท้อนศักยภาพนักวิจัยไทยบนเวทีวิชาการระดับโลก
การประชุม The 16th International Coral Reef Symposium (ICRS 2026) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–24 กรกฎาคม 2569 ณ New Zealand International Convention Centre (NZICC) เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ มีผู้เข้าร่วมกว่า 2,000 คน จาก 93 ประเทศ ประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย ผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหารจัดการทรัพยากร ภาคธุรกิจ และองค์กรอนุรักษ์จากทั่วโลก
ICRS 2026 เวทีวิชาการแนวปะการังระดับโลก
การประชุม ICRS จัดขึ้นทุก 4 ปี ถือเป็นเวทีระดับนานาชาติที่รวบรวมนักวิจัยด้านระบบนิเวศแนวปะการัง เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรทางทะเล ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะโลกเดือด (Global Boiling) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ น้ำทะเลเป็นกรด มลพิษ การประมงที่ไม่ยั่งยืน และการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่ง
นักวิจัยมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นประธาน Session ระดับโลก
คณะกรรมการจัดการประชุมได้คัดเลือก Session #85 : Reef Tourism for Enhancing Biodiversity and Climate Resilience หรือ “การท่องเที่ยวแนวปะการังเพื่อเสริมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพและความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”
โดยมี
- รองศาสตราจารย์ ดร.ธรรมศักดิ์ ยีมิน
- รองศาสตราจารย์ ดร.มาฆมาส สุทธาชีพ
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิชิน สืบปาละ
จาก กลุ่มวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพในทะเล ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และ Association of Marine Biodiversity Conservation and Education (AMBCE) ทำหน้าที่เป็น ประธานการประชุม (Session Chairs)
รวมองค์ความรู้จากนักวิจัยชั้นนำทั่วโลก
การนำเสนอผลงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–23 กรกฎาคม 2569 ประกอบด้วย
- การบรรยายทางวิชาการ 16 เรื่อง
- การนำเสนอผลงานแบบโปสเตอร์ 3 เรื่อง
จากนักวิจัยขององค์กรและมหาวิทยาลัยชั้นนำ ได้แก่
- University of California, Berkeley (สหรัฐอเมริกา)
- University of Wisconsin (สหรัฐอเมริกา)
- James Cook University (ออสเตรเลีย)
- Academia Sinica (ไต้หวัน)
- World Wide Fund for Nature Indonesia (WWF Indonesia)
- GBR Biology (ออสเตรเลีย)
- Reef Conservation Mauritius
รามคำแหงนำเสนอโมเดลท่องเที่ยวทะเลคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์
ผลงานของ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่
- การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์
- Nature Positive Marine Tourism
- การฟื้นฟูแนวปะการัง
- Blue Carbon
- Coral Nursery
- Citizen Science
- การประเมินความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว
- การประเมินมูลค่าบริการของระบบนิเวศ
- กลไกทางการเงินเพื่อการอนุรักษ์
นักวิจัยไทยนำเสนอผลงานหลากหลายด้าน
นอกจากคณะประธาน Session แล้ว ยังมีผลงานของ
- อาจารย์ ดร.สิทธิพร เพ็งสกุล
- อาจารย์ ดร.เจริญมี แช่มช้อย
- อาจารย์ ดร.วัลยา กลิ่นทอง
- นักศึกษาระดับปริญญาเอกจาก มหาวิทยาลัยรามคำแหง
นำเสนอผลงานเกี่ยวกับ
- การประเมินแหล่งกองหินใต้น้ำแห่งใหม่ จังหวัดกระบี่
- การพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ หมู่เกาะรัง
- การพัฒนาการท่องเที่ยวดำน้ำ Nature Positive บริเวณเกาะง่ามใหญ่ จังหวัดชุมพร
- การศึกษาศักยภาพ Blue Carbon ของสาหร่ายทะเลและตะกอนทะเล
- การฟื้นฟูปะการังด้วยเทคนิค Micro-fragmentation
- การประเมินศักยภาพแหล่งกองหินใต้น้ำแห่งใหม่ในอ่าวไทย
- การพัฒนามาตรฐานการท่องเที่ยวทางทะเลคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทย
ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศ
งานวิจัยดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก
- สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
- หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)
- มหาวิทยาลัยรามคำแหง
- Coral Research & Development Accelerator Platform (CORDAP)
- Deutsche Gesellschaft für Internationale Zusammenarbeit (GIZ)
- ASEAN Centre for Biodiversity (ACB)
โดยดำเนินงานร่วมกับ
- กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ชูการท่องเที่ยวแนวปะการังเป็นกลไกฟื้นฟูธรรมชาติ
สาระสำคัญจากเวที ICRS 2026 ชี้ให้เห็นว่า การท่องเที่ยวแนวปะการังในอนาคตควรเปลี่ยนจากการลดผลกระทบเพียงอย่างเดียว ไปสู่การเป็นกลไกฟื้นฟูระบบนิเวศ สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างรายได้ที่เป็นธรรมแก่ชุมชนชายฝั่ง โดยอาศัยข้อมูลวิทยาศาสตร์ การกำหนดขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว การจัดการพื้นที่ และระบบติดตามประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพ
การได้รับบทบาทเป็นประธานการประชุมและการนำเสนอผลงานหลายหัวข้อของนักวิจัยจาก มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในเวที ICRS 2026 สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์แนวปะการัง การท่องเที่ยวทางทะเลอย่างยั่งยืน การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนบนฐานทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล
